คำเตือนความเสี่ยง สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) เป็นตราสารทางการเงินที่ซับซ้อน โปรดทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนทำการซื้อขาย

เรียนรู้เพิ่มเติม
Fusion Markets Logo

เรียนรู้

Spread คืออะไร?

เรียนรู้ว่า Spread คืออะไรในการเทรด ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ทำไมมันจึงเป็นต้นทุนแฝงของการเทรด และ Spread มีผลต่อการเปิดและปิดออเดอร์อย่างไร
YouTube thumbnail

บทถอดเสียงวิดีโอ

 

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในการเทรด คุณอาจสงสัยว่า Spread คืออะไร เมื่อคุณดูกราฟราคา จะมีราคาอยู่สองตัวที่คุณต้องให้ความสนใจ

  • ราคาด้านบนเรียกว่า Ask Price ซึ่งคือเส้นสีแดงบนกราฟนี้
  • และราคาด้านล่างเรียกว่า Bid Price ซึ่งคือเส้นสีน้ำเงินบนกราฟ

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ของสินทรัพย์ มันคือช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างราคาที่ตลาดยอมซื้อกับราคาที่ตลาดยอมขาย คุณสามารถถือว่า Spread เป็นต้นทุนที่แฝงอยู่ในการเปิดออเดอร์ ทันทีที่คุณเปิดออเดอร์ คุณจะติดลบตามจำนวนของ Spread เพราะคุณซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาที่ขายได้ทันที เมื่อเปิดออเดอร์ BUY จะเปิดที่ราคา ask และปิดที่ราคา bid ส่วนออเดอร์ SELL จะเปิดที่ราคา bid และปิดที่ราคา ask ความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะ Spread มีผลต่อจุดที่ออเดอร์ของคุณเปิดและปิด

ลองดูกราฟนี้เป็นตัวอย่าง ที่นี่เราจะเห็นว่าคู่เงิน EURNOK กำลังเทรดอยู่ที่ราคา 11.51 แม้ว่าราคาจะแสดงที่ 11.51 แต่ราคา ask อยู่ที่ 11.52 ซึ่งมี Spread ประมาณ 11 pip ซึ่งหมายความว่าหากคุณเปิด BUY ตอนราคา 11.51 ออเดอร์ของคุณจะเปิดจริงที่ 11.52 เนื่องจาก Spread สิ่งนี้สำคัญทั้งตอนเปิดออเดอร์และตอนปิดออเดอร์

ในตัวอย่างนี้ เทรดเดอร์ได้เปิดออเดอร์ SELL บนคู่ NOKJPY ออเดอร์ SELL เปิดที่ราคา 14.274 พร้อมตั้ง Stop Loss ที่ 14.311 และ Take Profit ที่ 14.200 สังเกตว่าถึงแม้ราคาจะผ่านระดับเป้าหมาย แต่ออเดอร์ยังไม่ถูกปิด เพราะออเดอร์ SELL จะปิดที่ราคา ask (เส้นสีแดง) ออเดอร์จะปิดได้ก็ต่อเมื่อราคาเคลื่อนลงจนราคา ask ลดลงมาถึง 14.200 พูดง่าย ๆ คือออเดอร์จะปิดก็ต่อเมื่อราคาเคลื่อนลงต่ำพอจน ask แตะ 14.200 นี่เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะ Spread สามารถเป็นตัวชี้ชะตาระหว่างกำไรหรือขาดทุน